Monday, December 1, 2014

My profile

ประวัติส่วนตัว(ใช้ในการศึกษา)

 ชื่อ-สกุล:นายอรรถชัย จำเนียรกุล    ชื่อเล่น :บีบอย (B-Boy)
วันเกิด: 3 สิงหาคม 2536 อายุ: 21 ปี  ราศี: กรกฏ   ภูมิลำเนา : สุรินทร์  
E-mail : gaga_boyza@hotmail.com  Line id : gagaboyza
การศึกษา :  ประถมศึกษา : โรงเยนเทศบาล ๑ สุรินทร์พิทยาคม
                มัธยมศึกษา   : โรงเรียนวีรวัฒน์โยธิน
ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ คณะวิทยาการจัดการ
สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ บริหารธุรกิจบันฑิต ชั้นปีที่ 3 ภาคปกติ
อุปนิสัย : ชอบแบ่งปัน เป็นคนใจร้อน ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ส่วนสูง : 169 น้ำหนัก : 63
คติประจำใจ : อีกชื่อหนึ่งของความสำเร็จคือความเพียรพยายาม
กิจกรรมยามว่าง : เต้น ร้องเพลง เล่นเกมส์

แนวเพลงที่ชอบ : T-pop k-pop E-pop แนวหนังที่ชอบ : โรแมนติก แฟนตาซี
สีที่ชอบ : เหลือง แดง อาหารจานโปรด : ข้าวหมูแดง กะเพราหมู
ศิลปินที่ชอบ : FFK 3.2.1 SNSD ONEDIRECTION 

ร้านเบเกอร์รี่ในดวงใจ


ร้านเบเกอร์รี่ในดวงใจ(คิดถึงเบเกอรรี่ สาขาสุรินทร์)

คิดถึง เบเกอรี่นุ่มๆ ส่วนผสมที่ลงตัวแบบไทย

“คิดถึง เบเกอรี่”  ชื่อนี้คงจะคุ้นหูผู้คนในแถบภาคอีสานตอนล่างเป็นอย่างดี ด้วยเพราะเบเกอรี่จากร้านคิดถึงนั้นกำเนิดเกิดขึ้นในจังหวัดบุรีรัมย์ก่อนเป็นที่แรก จากนั้นก็ค่อยๆ ขยายสาขาความอร่อยออกไปยังจังหวัดใกล้เคียงทั้ง นครราชสีมา สุรินทร์ และอุบลราชธานี ถ้าหากใครเคยได้ลองชิมขนมจากร้านคิดถึง เบเกอรี่มาก่อน ก็เชื่อได้เลยว่าคงจะติดใจในรสชาติอยู่บ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งครั้งหนึ่งเราก็เคยติดอกติดใจกับรสชาติของขนมจากร้านคิดถึง เบเกอรี่ที่ได้รับเป็นของฝาก ดังนั้นพอมีโอกาสได้เดินทางมายังจังหวัดในแถบนี้จึงต้องขอแวะไปหม่ำโรลสดๆ ให้หายคิดถึงกันซะหน่อย




Huai Saneng Reservoir


ห้วยเสนง(ใช้การศึกษา)

เขื่อนห้วยเสนง เป็นเขื่อนดิน อยู่ในเขตอำเภอเมืองสุรินทร์ และอำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 7 กิโลเมตร เขื่อนห้วยเสนงสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2520 ปิดกั้นห้วยเสนงและลำน้ำอำปึลที่บ้านโคกจ๊ะ-บ้านถนน-บ้านเฉนียง ที่รับน้ำมาจากอ่างเก็บน้ำอำปึลเป็นอ่างแฝดทางด้านเหนือเขื่อนซึ่งเป็นฝ่ายส่งน้ำและบำรุง รักษาที่ 1 ชลประทานสุรินทร์ จึงได้ขุดร่องเชื่อมระหว่าง
อ่างทั้งสอง สร้างขึ้นเพื่อบรรเทาอุทกภัยและเพื่อการเกษตรโดยเฉพาะ

          



เขื่อนห้วยเสนงมีความสูงจากท้องน้ำ 20 เมตร สันเขื่อนยาว 4.4 กิโลเมตร สามารถกักเก็บน้ำได้ 1,200 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบัน เขื่อนห้วยเสนงเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา มีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ของชาวสุรินทร์มาเป็นเวลานาน ได้ชื่อว่าทะเลสุรินทร์ ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นสวรรค์ชายหาดของคนชาวสุรินทร์ นอกจากนี้บนสันเขื่อนมีสันที่กว้างออกคล้ายแหลมไปซึ่งเป็นที่ตั้งของพระตำหนักประทับแรมของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีหรือ เรือนรับรองที่ประทับ อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง เมื่อครั้งเสด็จประพาส ให้นักท่องเที่ยวได้ชม ซึ่งมีเขตพระราชฐานอยู่ด้านใน และมีจุดชมวิวให้ชมอีกด้วย และยังเป็นที่ประทับรับรองพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ เช่น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (ครั้นยังทรงพระชนม์) ในยามที่เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในเขตจังหวัดอีสานใต้




Sunday, November 30, 2014

Chong Chom market


ตลาดการค้าช่องจอม(ใช้ในการศึกษา)




      ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 และ 14 บ้านด่านพัฒนา ตำบลด่าน เดิมอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายห้วยทับทัน-ห้วยสำราญและประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2538 ช่องจอมเป็นเส้นทางข้ามแดนที่ใหญ่และสะดวกที่สุดของจังหวัดสุรินทร์ที่จะไปยังกัมพูชา (ฝั่งตรงข้ามด้านกัมพูชาเป็นชุมชนโอร์เสม็ด อำเภอสำโรง จังหวัดอุดรมีชัย)   ทำให้มีการติดต่อสัญจรไปมาและซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างชาวไทยและกัมพูชามาเป็นเวลาช้านาน และเป็นที่มาของแนวความคิดในการเปิดจุดผ่านแดนเพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศตลาดแห่งนี้เปิดทำการค้าขายและสัญจรไปมาทุกวัน ระหว่างเวลา 8.00-16.00 น. ประเภทสินค้ามีทั้งสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน และสิ่งประดิษฐ์จากไม้ เช่น ม้านั่ง หัตถกรรมไม้ เสื่อสาน ตะกร้าสานต่าง ๆ  การเดินทาง ใช้เส้นทางสุรินทร์-ช่องจอม ห่างจากตัวเมืองสุรินทร์  69 กิโลเมตร และห่างจากตัวอำเภอกาบเชิง 13 กิโลเมตร

Muang Thee Sanctuary



ปราสาทเมืองที(ใช้ในการศึกษา)



ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลเมืองที ภายในบริเวณวัดจอมสุทธาวาส  ปราสาทเมืองทีเป็นปราสาทแบบเขมรที่ได้รับการดัดแปลงในสมัยหลังเช่นเดียวกับปราสาทศีขรภูมิ ปราสาทก่อด้วยอิฐฉาบปูน มี 5 หลัง สร้างรวมกันเป็นหมู่บนฐานเดียวกันหลังหนึ่งอยู่ตรงกลาง และอีก 4 หลังอยู่ที่มุมทั้ง 4 ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 3 หลังซึ่งมีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสย่อมุมไม้สิบสอง หลังกลางมีขนาดใหญ่สุด มีบันไดทางขึ้นทั้งสี่ด้าน ตัวเรือนธาตุตันทึบไม่มีประตูเนื่องจากการดัดแปลง ส่วนหลังคาทำเป็นชั้นมี 3 ชั้นเลียนแบบตัวเรือนธาตุ ส่วนยอดบนหักหาย นับเป็นโบราณสถานเขมรอีกแบบหนึ่งที่นิยมสร้าง คือ มีปราสาทหลังกลางเทียบเท่าเขาพระสุเมรุ และมีปรางค์มุมทั้งสี่ตามความเชื่อในลัทธิศาสนาพราหมณ์ แต่ไม่พบจารึกหรือลวดลายทางศิลปะที่สามารถบอกว่าสร้างขึ้นเมื่อใด
การเดินทาง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 16 กิโลเมตร ตามเส้นทางสุรินทร์-ศีขรภูมิ ทางหลวงหมายเลข 226 จนถึงบ้านโคกลำดวน เลี้ยวซ้ายเข้าวัดจอมสุทธาวาส

วนอุทยานพนมสวาย

วนอุทยานพนมสวาย(ใช้เพื่อการศึกษา)





อยู่ในเขตตำบลนาบัว ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 22 กิโลเมตร ใช้เส้นทางสุรินทร์-ปราสาท (ทางหลวงหมายเลข 214) ระยะทาง 14 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นภูเขาเตี้ยๆ มียอดเขาอยู่ 3 ยอด ยอดที่ 1 มีชื่อว่ายอดเขาชาย (พนมเปราะ) สูง 210 เมตร เป็นที่ตั้งของวัดพนมสวาย มีบันไดขึ้นถึงวัด มีสระน้ำกว้างใหญ่และร่มรื่นด้วยต้นไม้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสุรินทรมงคลปางประทานพร ภปร. ยอดที่ 2 มีชื่อว่ายอดเขาหญิง (พนมสรัย) สูงระดับ 228 เมตร ทางวัดได้จัดสร้างพระพุทธรูปองค์ขนาดกลางประดิษฐานไว้ ยอดที่ ๓ มีชื่อว่าเขาคอก (พนมกรอล) พุทธสมาคมจังหวัดสุรินทร์ได้จัดสร้างศาลาอัฏฐะมุข เป็นอนุสรณ์ฉลองครบรอบ 200 ปี แห่งการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เพื่อประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง จากยอดเขาชายมาประดิษฐานไว้ในศาลา โดยเริ่มทำการก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2524 และเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 25 กรกฎาคม 2525 เป็นวนอุทยาน บรรพบุรุษชาวสุรินทร์ถือว่าเป็นสถานที่แสวงบุญ จะมีการเดินขึ้นยอดเขาในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ซึ่งเป็นวันหยุดงานตามประเพณีของชาวจังหวัดสุรินทร์มาแต่โบราณกาล ปัจจุบันมีสิ่งที่น่าสนใจในวนอุทยานได้แก่ การเคาะระฆัง 1,080 ใบ เพื่อให้มีชื่อเสียงกว้างขวางเหมือนเสียงกังวานกว้างไกลอย่างระฆัง ก่อนไปนมัสการพระพุทธสุรินทรมงคลบนยอดเขาพนม อีกทั้งยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 9สิ่งได้แก่  1. พระใหญ่หรือพระพุทธสุรินทรมงคล 2. รอยพระพุทธบาทจำลอง 3. อัฐิหลวงปู่ดุล อตุโล 4. พระสมณโคดม (พระพุทะรูปองค์ดำ) 5. หลวงปู่สวน (พระครูพนมศิลคุณ) 6. ปราสาสทหินพนมสวาย 7. เจ้าแม่กวนอิม 8. เต่าหินศักดิ์สิทธิ์ 9. สระน้ำศักดิ์สิทธิ์  ให้ได้กราบไหว้ขอพรเสริมศิริมงคลให้กับชีวิตอีกด้วย

ทะเลสาปทุ่งกุลา


ทะเลสาบทุ่งกุลา สถานที่เที่ยวเเห่งใหม่ของสุรินทร์(ใช้เพื่อการศึกษา)

ทะเลสาบทุ่งกุลา อยู่ในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ตามชื่อ  ซึ่งอยู่ในอำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์
เนื่องจากทะเลสาบทุ่งกุลาอยู่ใกล้หมู่บ้านช้าง บ้านตากลาง จ.สุรินทร์ สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัด ซึ่งมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาเที่ยวและชมการแสดงที่น่ารักของช้าง  นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางไปเที่ยวทะเลสาบทุ่งกุลาได้ด้วย




น้ำใสๆของทะเลสาบทุ่งกุลาทำให้ฉันรู้สึกดี ^^




ช้างอะไรใหญ่ที่สุดในโลก


   
                หมู่บ้านช้าง ใหญ่ที่สุดในโลก จ.สุรินทร์ (ใช้ในการศึกษาเท่านั้น)

            ศูนย์คชศึกษา หรือ หมู่บ้านช้าง บ้านตากลาง เป็นสถานที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมวิถีความเป็นอยู่ ความผูกพัน ของคนในชุมชนและช้าง รวมทั้งประเพณี และวัฒนธรรมที่น่าชื่นชมอย่างใกล้ชิด ชาวบ้านตากลาง แต่ละครัวเรือนจะมีช้างที่เลี้ยงไว้อาศัยอยู่รวมกัน จนช้างที่พวกตนเลี้ยงไว้เปรียบเสมือนเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของตน ก่อให้เกิดสายใยความผูกพันที่แน่นเฟ้นขึ้น ระหว่างคนกับช้าง ณ บ้านตากลาง จ. สุรินทร์ ได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านช้างเลี้ยงใหญ่ที่สุดในโลก

หมู่บ้านช้าง ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ จ.สุรินทร์


ชาวบ้านตากลาง ดั้งเดิมเป็น ชาวส่วย (กูย) หรือ กวย ที่มีความชำนาญในการคล้องช้างป่าฝึกหัดช้าง และเลี้ยงช้าง ส่วนมากต้องเดินทางไปคล้องช้างบริเวณชายแดนต่อเขตประเทศกัมพูชประชาธิปไตย ปัจจุบันสภาวะการเมืองระหว่างประเทศทำให้ชาวบ้านตากลาง ไม่สามารถไปคล้องช้าง เช่นแต่ก่อนได้ แต่ชาวบ้านตากลางยังคงเลี้ยงช้าง และฝึกช้างเพื่อไปร่วมแสดงในงานช้างของจังหวัดทุกปี


ลักษณะการเลี้ยงช้างของชาวบ้านตากลาง เหมือนการเลี้ยงช้างไว้เป็นเพื่อน นอนร่วมชายคาเดียวกับตน ดังนั้นถ้านักท่องเที่ยวได้ไปที่บ้านตากลาง นอกจากจะได้เห็นสภาพโรงช้างดังกล่าวแล้ว ยังจะได้สัมผัสการดำรงชีวิตของ ชาวส่วย พร้อมทั้งจะได้พบปะพูดคุยกับหมอช้าง ที่มีประสบการณ์ในการคล้องช้างมาแล้วหลายครั้งได้ตลอดเวลา รวมทั้งยังสามารถเดินทางชมจุดบริเวณที่แม่น้ำชี และแม่น้ำมูลไหลมารวมกัน ซึ่งห่างออกไปเพียง 3 กิโลเมตร มีทัศนียภาพที่งดงามน่าพักผ่อนหย่อนใจ และชวนให้ศึกษาในเชิงของธรรมชาติด้วยศูนย์คชศึกษา หรือ หมู่บ้านช้าง บ้านตากลาง จ.สุรินทร์ เป็นศูนย์รวมของสมาชิกช้างทั้งในบ้านกะโพ ตากลาง และจากหมูบ้านอื่น ๆ ในจังหวัดสุรินทร์มากกว่า 200 ตัว ซึ่งจัดให้เป็นวิถีชีวิตที่อยู่ในพื้นที่เดียวกันของคนกับช้างโดยมีทั้งบ้าน เรือนของชาวบ้านหรือที่เรียกว่าควานช้าง และมีที่อยู่ของช้างอยู่ทั่วบริเวณเป็นวิถีชีวิตที่น่าทึ่งมากๆ  ไม่ว่าเราจะเดินไปบริเวณไหนเราก็จะพบเห็นช้างอยู่แทบทุกที่ ซึ่งช้างแต่ละตัวก็เป็นช้างแสนรู้น่ารัก ไม่ดุร้าย  และสามารถเข้ากับคนได้ง่าย ช้างบ้านตากลางเป็นช้างบ้านที่เชื่อง นอนร่วมชายคาเรือนเดียวกันกับคน  เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ช้างกับคนอยู่รวมกันได้อย่างมีความสุข

อาคารพิพิธภัณฑ์ เป็นสถานที่แสดงเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับช้าง อาทิ วิวัฒนาการของช้าง ช้างในยุคต่างๆ โครงกระดูกช้าง โรคที่เกี่ยวข้องกับช้าง เครื่องมือในการคล้องช้าง ภาพวิธีการจับช้างในรูปแบบต่างๆ ลักษณะสำคัญของช้าง อาหารและยาสมุนไพรช้าง วิถีความผูกพันระหว่างคนกับช้าง พิธีการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับช้าง ขั้นตอนวิธีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับช้างที่เสียชีวิต วัฒนธรรมการแต่งกายของชาวกวยหรือกูย เป็นต้น

การแสดงช้างที่ ศูนย์คชศึกษา หรือ หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง จ.สุรินทร์ มีทุกวัน วันละ 2 รอบ
รอบเช้า เวลา 10.00น.
รอบบ่าย เวลา 14.00น.

ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ คนละ 50 บาท
เด็กโต คนละ 20 บาท
เด็กเล็ก คนละ 10 บาท
ชาวต่างชาติ คนละ 100 บาท

ขอขอบคุณเเหล่งข้อมูล http://travel.mthai.com

Tuesday, November 25, 2014

Amazing Silkcloth of Surin




Amazing Silkcloth of Surin

(ใช้เพื่อการศึกษาเท่านั้น)



เรียกได้ว่ากำลังเป็นกระแสแรงในโลกโซเชียลที่พากันแห่ชื่นชมปรากฏการณ์ใหม่ของเครื่องแบบนักเรียน นักศึกษาไทย ที่ต้องเรียกได้ว่า “น่าฮักขนาด” โดยได้มีการเผยแพร่ภาพของน้องๆ นักศึกษาจาก วิทยาลัยอาชีวศึกษาจังหวัดสุริทร์ ในชุดมิกซ์แอนด์แมชท์ ระหว่าง “เสื้อนักศึกษา” กับ “ซิ่นผ้าไหมสุริทร์” มองเผินๆ หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าเป็นภาพนักศึกษาลาว แต่ถ้าดูจากลายผ้าซิ่นแล้ว ป้าดทิโท!!! นักศึกษาไทยแม่นแล้ว...
       
       ภายหลังจากที่มีการเผยแพร่ภาพแห่งการสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของน้องนักเรียนนักศึกษา จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ เพียงไม่นานก็ได้เกิดปรากฎการณ์ "ทั้งชมทั้งแชร์" กันสนั่นโลกโซเชียล จากเพจ “สุรินทร์ 108 ดอทคอม สังคม Online ดี ดี ของชาวสุรินทร์” ผู้ที่ได้เผยแพร่ภาพนี้ ได้กล่าวขอบคุณและเป็นกำลังใจให้กับ ผอ.วิทยาลัยอาชีวศึกษาจังหวัดสุรินทร์ ว่าท่านมาถูกทางแล้ว เนื่องจากผลตอบรับที่สะท้อนกลับมาล้วนแล้วแต่คนชื่นชม โดยมีคนถูกใจกว่า 12,000 คน มีคนแชร์กว่า 800 ครั้ง มีคนเห็นไปทั่วประเทศและทั่วโลก กว่า 200,000 ครั้ง ไม่รวม ที่ copy ภาพแล้วไปโพสเพิ่มเติมอีกหลายร้อยคน 

Tuesday, September 2, 2014

เศรษฐกิจพอเพียง

กลุ่มเศรษฐกิจพอเพียง ต.คอโค สุรินทร์ เพิ่มรูปแบบ ข้าวกล้อง งอกใหม่


กลุ่มเศรษฐกิจพอเพียง ต.คอโค สุรินทร์ ลดค่าใช้จ่ายเพิ่มรายได้ให้สมาชิก และเพิ่มรูปแบบผลิตภัณฑ์ข้าวกล้องงอกใหม่

ภาพ  /ข่าว จาก ศูนย์ข่าว surinnews.com
                  

          กลุ่มเศรษฐกิจพอเพียงคอโค หลังจากเป็นตัวแทนจังหวัดสุรินทร์ ตระเวนโชว์ทั่วประเทศ  ได้แนะนำการลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ ในชีวิตประจำวัน  ให้กับสมาชิกใหม่ และเพิ่มผลิตภัณฑ์รูปแบบข้าวกล้องงอกใหม่
           
       ที่ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง หมู่1 บ้านคอโค ต.คอโค อ.เมือง จ.สุรินทร์ นายนักสิทธิ์  อุ่นจิต รองประธานกลุ่มเศรษฐกิจพอเพียงคอโค ได้เปิดเผยถึงการที่มีสมาชิกใหม่ ได้เข้ามาร่วมเป็นสมาชิกของศูนย์การเรียนรู้ฯ แห่งนี้อยู่เป็นประจำ อย่างเช่นวันนี้มีมาเพิ่มจากหลายหมู่บ้านใกล้เคียง รวมจำนวน 30 คน
 ในขณะที่สมาชิกเดิมมีกว่า 180 คน ทุกคนที่เข้ามาร่วมกิจกรรมใหม่ จะต้องฝึกหัดให้สมาชิกใหม่ทุกคน ได้ทราบถึงวัตถุประสงค์ของกลุ่มพร้อมทั้งมีการสาธิตการทำผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม พร้อมทั้งสอนการลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน เพิ่มรายได้ อาทิ การทำอาหารเลี้ยงปลา การทำน้ำยาล้างจาน น้ำยาล้างจาน การปลูกพืชต่างๆ ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการอบรม 2 วัน โดยจะมีวิทยากรชื่อดังจากกลุ่มเป็นผู้ให้คำแนะนำ อย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นการส่งเสริมให้สมาชิก ที่เข้าร่วมใหม่ๆได้ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้สู่ครัวเรือน ในชีวิตประจำวัน
                  นายนักสิทธิ์  อุ่นจิต รองประธานกลุ่มเศรษฐกิจพอเพียงคอโค กล่าวอีกว่า ในส่วนการดำเนินของกลุ่มหลังจากได้เป็นตัวแทนของจังหวัดสุรินทร์ ได้ตระเวนเดินสายไปแนะนำและได้นำผลิตภัณฑ์ไปเปิดบูช ตามงานต่างๆ อย่างที่ผ่านมาได้นำผลิตภัณฑ์ ไปจำหน่ายที่จังหวัดภูเก็ต เมืองทองธานีกรุงเทพฯ  จังหวัดเชียงใหม่ และอีกหลายๆที่  โดยได้นำผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงของกลุ่มฯ อาทิ ข้าวฮางงอก ข้าวกล้องงอก และอีกหลายผลิตภัณฑ์ จนผลิตสินค้าไม่ทันต่อลูกค้า  ในขณะเดียวกันได้เพิ่มรูปแบบของผลิตภัณฑ์ ใหม่ๆให้กับลูกค้า พร้อมทั้งความแปลกใหม่ในด้านรูปแบบผลิตภัณฑ์ อีกด้วย