Sunday, November 30, 2014

Chong Chom market


ตลาดการค้าช่องจอม(ใช้ในการศึกษา)




      ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 และ 14 บ้านด่านพัฒนา ตำบลด่าน เดิมอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายห้วยทับทัน-ห้วยสำราญและประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2538 ช่องจอมเป็นเส้นทางข้ามแดนที่ใหญ่และสะดวกที่สุดของจังหวัดสุรินทร์ที่จะไปยังกัมพูชา (ฝั่งตรงข้ามด้านกัมพูชาเป็นชุมชนโอร์เสม็ด อำเภอสำโรง จังหวัดอุดรมีชัย)   ทำให้มีการติดต่อสัญจรไปมาและซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างชาวไทยและกัมพูชามาเป็นเวลาช้านาน และเป็นที่มาของแนวความคิดในการเปิดจุดผ่านแดนเพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศตลาดแห่งนี้เปิดทำการค้าขายและสัญจรไปมาทุกวัน ระหว่างเวลา 8.00-16.00 น. ประเภทสินค้ามีทั้งสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน และสิ่งประดิษฐ์จากไม้ เช่น ม้านั่ง หัตถกรรมไม้ เสื่อสาน ตะกร้าสานต่าง ๆ  การเดินทาง ใช้เส้นทางสุรินทร์-ช่องจอม ห่างจากตัวเมืองสุรินทร์  69 กิโลเมตร และห่างจากตัวอำเภอกาบเชิง 13 กิโลเมตร

Muang Thee Sanctuary



ปราสาทเมืองที(ใช้ในการศึกษา)



ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลเมืองที ภายในบริเวณวัดจอมสุทธาวาส  ปราสาทเมืองทีเป็นปราสาทแบบเขมรที่ได้รับการดัดแปลงในสมัยหลังเช่นเดียวกับปราสาทศีขรภูมิ ปราสาทก่อด้วยอิฐฉาบปูน มี 5 หลัง สร้างรวมกันเป็นหมู่บนฐานเดียวกันหลังหนึ่งอยู่ตรงกลาง และอีก 4 หลังอยู่ที่มุมทั้ง 4 ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 3 หลังซึ่งมีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสย่อมุมไม้สิบสอง หลังกลางมีขนาดใหญ่สุด มีบันไดทางขึ้นทั้งสี่ด้าน ตัวเรือนธาตุตันทึบไม่มีประตูเนื่องจากการดัดแปลง ส่วนหลังคาทำเป็นชั้นมี 3 ชั้นเลียนแบบตัวเรือนธาตุ ส่วนยอดบนหักหาย นับเป็นโบราณสถานเขมรอีกแบบหนึ่งที่นิยมสร้าง คือ มีปราสาทหลังกลางเทียบเท่าเขาพระสุเมรุ และมีปรางค์มุมทั้งสี่ตามความเชื่อในลัทธิศาสนาพราหมณ์ แต่ไม่พบจารึกหรือลวดลายทางศิลปะที่สามารถบอกว่าสร้างขึ้นเมื่อใด
การเดินทาง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 16 กิโลเมตร ตามเส้นทางสุรินทร์-ศีขรภูมิ ทางหลวงหมายเลข 226 จนถึงบ้านโคกลำดวน เลี้ยวซ้ายเข้าวัดจอมสุทธาวาส

วนอุทยานพนมสวาย

วนอุทยานพนมสวาย(ใช้เพื่อการศึกษา)





อยู่ในเขตตำบลนาบัว ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 22 กิโลเมตร ใช้เส้นทางสุรินทร์-ปราสาท (ทางหลวงหมายเลข 214) ระยะทาง 14 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นภูเขาเตี้ยๆ มียอดเขาอยู่ 3 ยอด ยอดที่ 1 มีชื่อว่ายอดเขาชาย (พนมเปราะ) สูง 210 เมตร เป็นที่ตั้งของวัดพนมสวาย มีบันไดขึ้นถึงวัด มีสระน้ำกว้างใหญ่และร่มรื่นด้วยต้นไม้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสุรินทรมงคลปางประทานพร ภปร. ยอดที่ 2 มีชื่อว่ายอดเขาหญิง (พนมสรัย) สูงระดับ 228 เมตร ทางวัดได้จัดสร้างพระพุทธรูปองค์ขนาดกลางประดิษฐานไว้ ยอดที่ ๓ มีชื่อว่าเขาคอก (พนมกรอล) พุทธสมาคมจังหวัดสุรินทร์ได้จัดสร้างศาลาอัฏฐะมุข เป็นอนุสรณ์ฉลองครบรอบ 200 ปี แห่งการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เพื่อประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง จากยอดเขาชายมาประดิษฐานไว้ในศาลา โดยเริ่มทำการก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2524 และเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 25 กรกฎาคม 2525 เป็นวนอุทยาน บรรพบุรุษชาวสุรินทร์ถือว่าเป็นสถานที่แสวงบุญ จะมีการเดินขึ้นยอดเขาในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ซึ่งเป็นวันหยุดงานตามประเพณีของชาวจังหวัดสุรินทร์มาแต่โบราณกาล ปัจจุบันมีสิ่งที่น่าสนใจในวนอุทยานได้แก่ การเคาะระฆัง 1,080 ใบ เพื่อให้มีชื่อเสียงกว้างขวางเหมือนเสียงกังวานกว้างไกลอย่างระฆัง ก่อนไปนมัสการพระพุทธสุรินทรมงคลบนยอดเขาพนม อีกทั้งยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 9สิ่งได้แก่  1. พระใหญ่หรือพระพุทธสุรินทรมงคล 2. รอยพระพุทธบาทจำลอง 3. อัฐิหลวงปู่ดุล อตุโล 4. พระสมณโคดม (พระพุทะรูปองค์ดำ) 5. หลวงปู่สวน (พระครูพนมศิลคุณ) 6. ปราสาสทหินพนมสวาย 7. เจ้าแม่กวนอิม 8. เต่าหินศักดิ์สิทธิ์ 9. สระน้ำศักดิ์สิทธิ์  ให้ได้กราบไหว้ขอพรเสริมศิริมงคลให้กับชีวิตอีกด้วย

ทะเลสาปทุ่งกุลา


ทะเลสาบทุ่งกุลา สถานที่เที่ยวเเห่งใหม่ของสุรินทร์(ใช้เพื่อการศึกษา)

ทะเลสาบทุ่งกุลา อยู่ในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ตามชื่อ  ซึ่งอยู่ในอำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์
เนื่องจากทะเลสาบทุ่งกุลาอยู่ใกล้หมู่บ้านช้าง บ้านตากลาง จ.สุรินทร์ สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัด ซึ่งมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาเที่ยวและชมการแสดงที่น่ารักของช้าง  นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางไปเที่ยวทะเลสาบทุ่งกุลาได้ด้วย




น้ำใสๆของทะเลสาบทุ่งกุลาทำให้ฉันรู้สึกดี ^^




ช้างอะไรใหญ่ที่สุดในโลก


   
                หมู่บ้านช้าง ใหญ่ที่สุดในโลก จ.สุรินทร์ (ใช้ในการศึกษาเท่านั้น)

            ศูนย์คชศึกษา หรือ หมู่บ้านช้าง บ้านตากลาง เป็นสถานที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมวิถีความเป็นอยู่ ความผูกพัน ของคนในชุมชนและช้าง รวมทั้งประเพณี และวัฒนธรรมที่น่าชื่นชมอย่างใกล้ชิด ชาวบ้านตากลาง แต่ละครัวเรือนจะมีช้างที่เลี้ยงไว้อาศัยอยู่รวมกัน จนช้างที่พวกตนเลี้ยงไว้เปรียบเสมือนเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของตน ก่อให้เกิดสายใยความผูกพันที่แน่นเฟ้นขึ้น ระหว่างคนกับช้าง ณ บ้านตากลาง จ. สุรินทร์ ได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านช้างเลี้ยงใหญ่ที่สุดในโลก

หมู่บ้านช้าง ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ จ.สุรินทร์


ชาวบ้านตากลาง ดั้งเดิมเป็น ชาวส่วย (กูย) หรือ กวย ที่มีความชำนาญในการคล้องช้างป่าฝึกหัดช้าง และเลี้ยงช้าง ส่วนมากต้องเดินทางไปคล้องช้างบริเวณชายแดนต่อเขตประเทศกัมพูชประชาธิปไตย ปัจจุบันสภาวะการเมืองระหว่างประเทศทำให้ชาวบ้านตากลาง ไม่สามารถไปคล้องช้าง เช่นแต่ก่อนได้ แต่ชาวบ้านตากลางยังคงเลี้ยงช้าง และฝึกช้างเพื่อไปร่วมแสดงในงานช้างของจังหวัดทุกปี


ลักษณะการเลี้ยงช้างของชาวบ้านตากลาง เหมือนการเลี้ยงช้างไว้เป็นเพื่อน นอนร่วมชายคาเดียวกับตน ดังนั้นถ้านักท่องเที่ยวได้ไปที่บ้านตากลาง นอกจากจะได้เห็นสภาพโรงช้างดังกล่าวแล้ว ยังจะได้สัมผัสการดำรงชีวิตของ ชาวส่วย พร้อมทั้งจะได้พบปะพูดคุยกับหมอช้าง ที่มีประสบการณ์ในการคล้องช้างมาแล้วหลายครั้งได้ตลอดเวลา รวมทั้งยังสามารถเดินทางชมจุดบริเวณที่แม่น้ำชี และแม่น้ำมูลไหลมารวมกัน ซึ่งห่างออกไปเพียง 3 กิโลเมตร มีทัศนียภาพที่งดงามน่าพักผ่อนหย่อนใจ และชวนให้ศึกษาในเชิงของธรรมชาติด้วยศูนย์คชศึกษา หรือ หมู่บ้านช้าง บ้านตากลาง จ.สุรินทร์ เป็นศูนย์รวมของสมาชิกช้างทั้งในบ้านกะโพ ตากลาง และจากหมูบ้านอื่น ๆ ในจังหวัดสุรินทร์มากกว่า 200 ตัว ซึ่งจัดให้เป็นวิถีชีวิตที่อยู่ในพื้นที่เดียวกันของคนกับช้างโดยมีทั้งบ้าน เรือนของชาวบ้านหรือที่เรียกว่าควานช้าง และมีที่อยู่ของช้างอยู่ทั่วบริเวณเป็นวิถีชีวิตที่น่าทึ่งมากๆ  ไม่ว่าเราจะเดินไปบริเวณไหนเราก็จะพบเห็นช้างอยู่แทบทุกที่ ซึ่งช้างแต่ละตัวก็เป็นช้างแสนรู้น่ารัก ไม่ดุร้าย  และสามารถเข้ากับคนได้ง่าย ช้างบ้านตากลางเป็นช้างบ้านที่เชื่อง นอนร่วมชายคาเรือนเดียวกันกับคน  เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ช้างกับคนอยู่รวมกันได้อย่างมีความสุข

อาคารพิพิธภัณฑ์ เป็นสถานที่แสดงเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับช้าง อาทิ วิวัฒนาการของช้าง ช้างในยุคต่างๆ โครงกระดูกช้าง โรคที่เกี่ยวข้องกับช้าง เครื่องมือในการคล้องช้าง ภาพวิธีการจับช้างในรูปแบบต่างๆ ลักษณะสำคัญของช้าง อาหารและยาสมุนไพรช้าง วิถีความผูกพันระหว่างคนกับช้าง พิธีการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับช้าง ขั้นตอนวิธีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับช้างที่เสียชีวิต วัฒนธรรมการแต่งกายของชาวกวยหรือกูย เป็นต้น

การแสดงช้างที่ ศูนย์คชศึกษา หรือ หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง จ.สุรินทร์ มีทุกวัน วันละ 2 รอบ
รอบเช้า เวลา 10.00น.
รอบบ่าย เวลา 14.00น.

ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ คนละ 50 บาท
เด็กโต คนละ 20 บาท
เด็กเล็ก คนละ 10 บาท
ชาวต่างชาติ คนละ 100 บาท

ขอขอบคุณเเหล่งข้อมูล http://travel.mthai.com

Tuesday, November 25, 2014

Amazing Silkcloth of Surin




Amazing Silkcloth of Surin

(ใช้เพื่อการศึกษาเท่านั้น)



เรียกได้ว่ากำลังเป็นกระแสแรงในโลกโซเชียลที่พากันแห่ชื่นชมปรากฏการณ์ใหม่ของเครื่องแบบนักเรียน นักศึกษาไทย ที่ต้องเรียกได้ว่า “น่าฮักขนาด” โดยได้มีการเผยแพร่ภาพของน้องๆ นักศึกษาจาก วิทยาลัยอาชีวศึกษาจังหวัดสุริทร์ ในชุดมิกซ์แอนด์แมชท์ ระหว่าง “เสื้อนักศึกษา” กับ “ซิ่นผ้าไหมสุริทร์” มองเผินๆ หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าเป็นภาพนักศึกษาลาว แต่ถ้าดูจากลายผ้าซิ่นแล้ว ป้าดทิโท!!! นักศึกษาไทยแม่นแล้ว...
       
       ภายหลังจากที่มีการเผยแพร่ภาพแห่งการสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของน้องนักเรียนนักศึกษา จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ เพียงไม่นานก็ได้เกิดปรากฎการณ์ "ทั้งชมทั้งแชร์" กันสนั่นโลกโซเชียล จากเพจ “สุรินทร์ 108 ดอทคอม สังคม Online ดี ดี ของชาวสุรินทร์” ผู้ที่ได้เผยแพร่ภาพนี้ ได้กล่าวขอบคุณและเป็นกำลังใจให้กับ ผอ.วิทยาลัยอาชีวศึกษาจังหวัดสุรินทร์ ว่าท่านมาถูกทางแล้ว เนื่องจากผลตอบรับที่สะท้อนกลับมาล้วนแล้วแต่คนชื่นชม โดยมีคนถูกใจกว่า 12,000 คน มีคนแชร์กว่า 800 ครั้ง มีคนเห็นไปทั่วประเทศและทั่วโลก กว่า 200,000 ครั้ง ไม่รวม ที่ copy ภาพแล้วไปโพสเพิ่มเติมอีกหลายร้อยคน